Book,Page,LineNumber,Text 37,0034,001,บทว่า อปุพฺพํ อจริมํ ได้แก่ ไม่ก่อนไม่หลัง คือในขณะเดียวกัน 37,0034,002,นั้นเอง. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสมสีสีบุคคล ไว้ในพระสูตรนี้. 37,0034,003,สมสีสีบุคคลนั้น มี ๔ จำพวก คือ โรคสมสีสี เวทนาสมสีสี 37,0034,004,อิริยาปถสมสีสี และชีวิตสมสีสี. บรรดาบุคคล ๔ จำพวกนั้น 37,0034,005,บุคคลใดถูกโรคอย่างใดอย่างหนึ่งกระทบแล้ว โรคสงบระงับ และ 37,0034,006,อาสวะสิ้นไป โดยคราวเดียวกันนั่นเอง บุคคลนี้ ชื่อว่าโรคสมสีสี. 37,0034,007,ส่วนบุคคลใด เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง เวทนาสงบระงับไป 37,0034,008,และอาสวะสิ้นไป ในคราวเดียวกันนั่นเองบุคคลนี้ ชื่อเวทนาสมสีสี. 37,0034,009,ส่วนบุคคลใด พรั่งพร้อมด้วยอิริยาบถอย่างใดอย่างหนึ่ง มีการยืน 37,0034,010,เป็นต้น เห็นแจ้งอยู่ อริยาบถสิ้นสุด และอาสวะสิ้นไป โดยขณะ 37,0034,011,เดียวกันนั่นเอง บุคคลนี้ ชื่อว่า อิริยาปถสมสีสี. ส่วนบุคคลใด 37,0034,012,พยายามฆ่าตัวตายหรือทำสมณธรรมอยู่ ชีวิตสิ้นไป และอาสวะก็ 37,0034,013,สิ้นไป โดยขณะเดียวนี้นั่นเอง บุคคลนี้ ชื่อว่า ชีวิตสมสีสี. ชีวิต- 37,0034,014,สมสีสีบุคคลนี้ ท่านประสงค์เอาในพระสูตรนี้. ในชีวิตสมสีสีบุคคล 37,0034,015,นั้น มีอธิบายว่า ความสิ้นไปแห่งอาสวะ ย่อมมีได้ด้วยมรรคจิต 37,0034,016,ความสิ้นสุดแห่งชีวิตย่อมมีได้ด้วยจุติจิตก็จริง ถึงกระนั้น ชื่อว่า 37,0034,017,ความเกิดพร้อมแห่งธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ และการสิ้นสุดแห่งชีวิต 37,0034,018,ทั้ง ๒ อย่าง ย่อมมีในขณะเดียวกันไม่ได้. ก็เพราะเหตุที่พออาสวะ 37,0034,019,ของชีวิตสมสีสีบุคคลนั้นสิ้นไป ความสิ้นสุดแห่งชีวิตก็มาถึง ใน 37,0034,020,ลำดับวาระแห่งปัจจเวกขณะทีเดียว ไม่ปรากฏช่องว่าง ฉะนั้น ท่าน 37,0034,021,จึงกล่าวอย่างนี้.