Book,Page,LineNumber,Text 27,0011,001,คำว่า อสุตวา ปุถุชฺชโน นี้มีอรรถดังกล่าวมาแล้วนั่นแล พึงทราบ 27,0011,002,วินิจฉัยในคำว่า อริยานํ อทสฺสาวี เป็นต้นดังต่อไปนี้ พระพุทธเจ้า 27,0011,003,พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสาวกทั้งหลายกล่าวว่า อริยะเพราะไกล 27,0011,004,จากกิเลส เพราะไม่ดำเนินไปในความเสื่อม เพราะดำเนินไปในความ 27,0011,005,เจริญ เพราะโลกพร้อมด้วยเทวโลกพึงดำเนินตาม อนึ่ง พระพุทธเจ้า 27,0011,006,ทั้งหลายนั้นแล เป็นพระอริยะในโลกนี้ อย่างที่ท่านกล่าวไว้ว่า 27,0011,007,พระตถาคตท่านเรียกว่าอริยะในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ฯลฯ ดังนี้ ก็พึง 27,0011,008,ทราบวินิจฉัยในคำว่า สปฺปุริสานํ ดังต่อไปนี้ พระปัจเจกพุทธเจ้าและ 27,0011,009,พระสาวกของตถาคต พึงทราบว่าสัตบุรุษ จริงอยู่ท่านเหล่านั้น 27,0011,010,ท่านกล่าวว่าสัตบุรุษ เพราะเป็นคนงาม เพราะประกอบด้วยคุณอันเป็น 27,0011,011,โลกุตตระ อนึ่ง ท่านทั้งหมดนั้น ท่านกล่าวไว้ว่าเป็นทั้ง ๒ อย่าง จริงอยู่ 27,0011,012,แม้พระพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นพระอริยะด้วยเป็นสัปบุรุษด้วย แม้ 27,0011,013,พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เรียกอย่างนั้นเหมือนกัน 27,0011,014,เหมือนพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า 27,0011,015,บุคคลใดแล เป็นผู้กตัญญูกตเวที เป็น 27,0011,016,นักปราชญ์ เป็นกัลยาณมิตร และเป็นผู้มีความ 27,0011,017,ภักดีอันมั่นคง กระทำกิจของผู้ได้รับทุกข์โดย 27,0011,018,เคารพ บัณฑิตทั้งหลายเรียกบุคคลผู้เช่นนั้นว่า 27,0011,019,เป็นสัปปุรุษ. 27,0011,020,บทว่า กลฺยาณมิตฺโต ทฬฺหภตฺติ จ โหติ ความว่า ก็พุทธสาวก 27,0011,021,ท่านกล่าวไว้ด้วยบทเพียงเท่านี้ พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายท่านกล่าว 27,0011,022,ด้วยคุณมีกตัญญุตา เป็นต้น.